เป็นประเด็นทอล์คออฟเดอะทาวน์กันเลยทีเดียวสำหรับ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ในเกมการแข่งขัน UEFA Champions League ระหว่าง แอตเลติโกมาดริด เจ้าบ้านเปิดสนามรับการมาเยือนของ หงส์แดง ลิเวอร์พูลซึ่งผลการแข่งขันคงรู้กันไปแล้วว่าลิเวอร์พูลชนะอย่างสวยหรู 3 ประตูต่อ 2 และมีดราม่าในเกมตลอด 90 นาทีกันเลยทีเดียวแต่สิ่งที่กลายเป็นประเด็นให้พูดถึงกันหนักมากที่สุดนั่นคือคุณซื้อของสโมสรแอตเลติโกมาดริดไม่ยอมจับมือกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของสโมสรลิเวอร์พูลหลังจบเกม

ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เมิน

เห็นกันทั้งโลก ดิเอโก้ ซิเมโอเน่  เมินคลอป์ปหนีเข้าห้องแต่งตัว

และที่วิจารณ์กันหนักก็เนื่องจากหลังจบเกมการแข่งขัน ซิเมโอเน่ เดินหนีเข้าห้องแต่งตัว ซึ่งงานนี้แฟนบอลทั้งสนามและแฟนบอลทั่วโลกที่รับชมการถ่ายทอดสดเห็นกันชัดเจน รวมทั้งสื่อกีฬาต่างเผยแพร่ภาพนี้กันทันทีหลังจบเกมการแข่งขันอย่างเป็นทางการเรียกว่าทำเอากังขากันทั้งโลกว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมจับมือกันตามธรรมเนียมซึ่งไร้คนเราว่าเป็นเพราะรูปเการแข่งขันแม้ว่า แอตเลติโก้มาดริด จะสามารถทำผลงานโชว์ความเป็นเจ้าถิ่นได้อย่างยอดเยี่ยมแต่ก็มีประเด็นที่ทำให้เขาต้องหงุดหงิดโดยเฉพาะ อองตวน กรีซมันน์ ที่ เข้าบอลแรงเกินเหตุชัดเจนที่ยกเท้าใส่นักเตะของ สโมสรลิเวอร์พูลทำให้ถูกใบแดงและรูปเกมเปลี่ยนทันที และหงส์แดงก็ไม่ทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง

ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือ
Diego Simeone head coach of Atletico Madrid looks to Jurgen Klopp head coach of Liverpool during the UEFA Champions League group B match between Atletico Madrid and Liverpool FC at Wanda Metropolitano on October 19, 2021 in Madrid, Spain. (Photo by Jose Breton/Pics Action/NurPhoto via Getty Images)

คำถามที่อาจจะไม่ได้คำตอบ

แน่นอนว่าคำถามนี้ก็คงจะไม่มีคำตอบจากฝั่งกุนซือของ แอตติโก้มาดริด อย่างแน่นอนเพราะเจ้าตัวยังไม่ให้สัมภาษณ์ในกรณีนี้แม้ว่าจะมีหลายคนสงสัยแต่ที่แน่ๆ หลายคนในวงการฟุตบอลมองว่าเขาอาจจะหัวเสียหนักมากกับเกมที่พ่ายแพ้ในบ้าน และตลอดเกมลูกทีมของ ดิเอโก้ก็ทำพลาดเองก็คงจะหัวเสียหนักพอสมควรและเป็นการทำฟาวล์แบบที่ไม่น่าให้อภัย หลายคนมองว่าเกมน่าจะเสมอที่ส 2-2 แต่กลับกลายเป็นว่าลิเวอร์พูลคว้าชัยออกมาได้อย่างสวยหรู และกลายเป็นจ่าฝูงของกลุ่มอยู่ในตอนนี้ ส่วนกุนซือเจ้าบ้านก็คงต้องเคลียร์กับลูกทีมขนานใหญ่แน่นอน ก็ถือว่าเป็นความเสียหายอย่างหนักของสโมสรแอตเลติโกมาดริด เลยทีเดียวสำหรับเกมนี้เพราะพวกเขาเองก็หวังที่จะเข้ารอบต่อไป แต่มาเจอลิเวอร์พูลที่ฟอร์มกำลังแต่งอย่างถึงขีดสุดแบบนี้ก็เรียกว่าเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้อย่างแน่นอน

ข่าวกีฬาดีที่คุณหาอ่านได้ที่นี่ odeontravel